วันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2555

Longest Suspension Bridge สะพานแขวนจีนยาวสุดๆ

The longest suspension bridge in the world
สะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก




นายไพฑูรย์  แย้มประสวน
ครูชำนาญการพิเศษ  สาระเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แปลเรียบเรียงจากบล็อก  http://masterok.livejournal.com


Today we have again and again the Chinese Bridge วันนี้เราต้องมาพูดกันถึงความยิ่งใหญ่ของสะพานจีนกันอีกสักครั้ง  


... In April 2012, in the mountains of Hunan Province, China, completed the construction of the longest and the world's tallest unsupported bridge. เดือนเมษายน 2555  แถบเทือกเขาสูงเสียดฟ้า มลฑลหูหนาน  สาธารณรัฐประชาชนจีน  สะพานแขวนที่ยาวและสูงที่สุดในโลกได้สร้างเสร็จแล้ว

Bridge Aychzhay (Anzhaite) length 1,176 meters slung over a deep canyon Dehang (Dehang). คือสะพานไอ่ไจ้  Bridge Aychzhay (Anzhaite) ความยาวเกือบ 1.2 กม. ทอดตัวพาดหุบเขาลึก เต่อฮัง Dehang (Dehang).

Work on the construction of the bridge took place in 2007, and today it passed the first cars. งานสร้างสะพานแห่งนี้ เริ่มขึ้นใปี 2550 

Bridge "Aychzhay» (Anzhaite) became the champion in two categories - as the longest and highest bridge in the world. It connects the tunnels over the gorge Dehang (Dehang) at an altitude of 355 meters, and its span is 1176 meters.  ตอนนี้สะพานแขวนไอ่ไจ้ มีความเป็นที่สุดในสองด้านคือ ยาวที่สุดในโลก (1176 เมตร) และสูงที่สุดในโลก (จากพื้น 355 เมตร)  

The bridge is part of a 64-kilometer road Chishou-Chadong (Jishou-Chadong Expressway), which is on its way 18 tunnels, occupying about half of its length.  และสะพานแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงจื่อโจว-ฉาต่ง ซึ่งมีระยะทาง 64 กิโลเมตร ลัดเลาะไปตามหุบเขามากมาย เจาะผ่านเขาเป็นอุโมงค์ถึง 18 แห่ง  อันมีระยะทางรวมของส่วนที่เป็นอุโมงค์ ยาวเกือบครึ่งหนึ่งของทางหลวงเส้นนี้

The Chinese hope that the commissioning of the bridge will significantly improve the transport situation, which until now has been a roblem. Movement was on the "serpentine", the road was very long, it is often formed on the stopper.  ทางการจีนคาดหวังว่า จะช่วยสนองตอบการเดินทางขนส่งได้ในระยะทางที่สั้นขึ้น เร็วขึ้น




Photo 3.


Traffic on the bridge cars and trucks - two-way, two lanes in each direction, where the posted speed is 50 miles per hour (80 km. Per hour). Pedestrians can cross the gorge on a special path under the highway. Construction width - 24 meters. 
การจราจรบนสะพาน รถวิ่งทางเดียว (สี่เลน)  สามารถทำความเร็วได้ถึง 80 กม./ชม.  ขณะที่คนเดินเท้า (คงหมายถึงรถจักรยาน รถมอเตอร์ไซค์ ด้วยหรือเปล่า... ก็มีทางไว้ด้วย ลอดใต้ถนน  ความกว้างของโครงสร้าง 24 เมตร 

Photo 4.


Photo 5.

Photo 6.

Photo 7.

Photo 8.

Photo 9.

Photo 10.

Photo 11.

Photo 12.

Photo 13.

Photo 14.

Photo 15.

Photo 16.

Photo 17.

Photo 18.

Photo 19.

Photo 20.

Photo 21.


Photo 22.



วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2555

Unique Mobility for Disabled Dogs

24 April, 2012Source  :   http://wondor.blogspot.com


Unique Mobility for Paralyzed Dogs — Sometimes dogs can be replaced the best friend. They can hear and understand at any moment. But now you can see the mobility for disabled & paralyzed dogs with custom fit Dog Cart Wheelchairs.






















วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2555

ดร.โกร่ง คนเดินตรอก : การปรองดอง


    updated: 24 เม.ย 2555 เวลา 21:03:22 น.
    ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
    คอลัมน์ คนเดินตรอก โดย วีรพงษ์ รามางกูร นสพ.ประชาชาติธุรกิจ 


    ขณะนี้คงไม่มีเรื่องอะไรที่ผู้คนถกเถียงกันมากกว่าประเด็น "การปรองดอง" ขบวนการปรองดองโยงไปถึงประเด็นสำคัญคือ เรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยการจัดตั้ง ส.ส.ร.ใหม่ ทำนองเดียวกับการจัดการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 และการจัดให้มีการนิรโทษกรรมผู้คนฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายพรรครัฐบาลเห็นด้วย ส่วนพรรคฝ่ายค้านพรรคใหญ่ค้านไม่เห็นด้วย

    ความจริงความขัดแย้งที่เกิดจากความคิดเห็นที่ต่างกัน ไม่ใช่ความแตกแยก และไม่ต้องการขบวนการปรองดอง

    ใน ลำดับของการพัฒนาของสังคมในขั้นเริ่มต้นที่กระบวนการผลิตอยู่ในระดับต้นของ การพัฒนาเศรษฐกิจ ผู้คนยากจนระดับการศึกษาจะยังต่ำ ระบบการสื่อสารหรือการเข้าสู่ข้อมูลข่าวสารยังน้อย สังคมในระดับนี้ใช้ "ความเชื่อ" หรือ "myth" หรือ "belief" และ "ศรัทธา" หรือ "faith" เป็นเครื่องมือให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมักจะได้ผล

    การ สร้างความเชื่อ หรือ "myth" เป็นความเชื่อตามอัตวิสัย ไม่เกี่ยวกับเหตุผล เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับผู้ปกครอง เช่น ความเชื่อเรื่องเทพเจ้าพระอาทิตย์เป็นผู้ให้ความชอบธรรมกับผู้ปกครองญี่ปุ่น หรือฟ้าเป็นผู้ให้ความชอบธรรมกับผู้ปกครองของจีน หรือพระเจ้าเป็นผู้ให้ความชอบธรรมกับผู้ปกครองในยุโรปผ่านทางพระสันตะปาปา ที่กรุงโรม

    ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ กฎหมาย การประพฤติปฏิบัติที่ออกมาจากผู้ปกครองย่อมมีความชอบธรรมที่จะบังคับใช้ เพราะสืบเนื่องมาจากสวรรค์ตามความเชื่อ หรือ myth ของสังคมนั้น ๆ

    ต่อ มาเมื่อสังคมคลี่คลายขึ้น เศรษฐกิจเจริญขึ้น การศึกษามีมากขึ้น ผู้คนอ่านหนังสือเขียนหนังสือเป็นมากขึ้น การพบปะสื่อสารมีมากขึ้น การบังคับให้คนเชื่ออย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะมีบางคนอาจจะไม่เชื่อ อยากท้าทาย จึงต้องสร้าง "ศรัทธา" หรือ "faith" ก็เพื่อสนับสนุนความเชื่อ หรือ myth อีกขั้นหนึ่ง

    ศาสนาทุกศาสนา รวมทั้งพุทธศาสนาของเราด้วยก็ยอมรับว่า การดำรงอยู่ของความเชื่อนั้นต้องประกอบด้วย "ศรัทธา" จึงจะทำให้ความเชื่อนั้นดำรงอยู่ได้นาน สามารถบังคับและลงโทษทั้งทางกฎหมายและทางสังคมได้นานขึ้น

    กฎเกณฑ์ทาง สังคม ระบอบการปกครอง ระบบกฎหมายก็อยู่ในลักษณะเดียวกัน การใช้ความเชื่ออย่างเดียวก็ไม่เพียงพอต้องประกอบกับ "ศรัทธา" หรือความเชื่อถือ หรือความเลื่อมใส เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้การบังคับให้ "เชื่อ" สามารถทำได้เป็นเวลานาน

    แต่เมื่อ 250 ปีในยุโรป และประมาณ 100 ปีในเอเชียมานี้เศรษฐกิจเจริญขึ้น

    ผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจมีจำนวนเพิ่มขึ้น และขยายไปสู่พ่อค้า เจ้าของที่ดิน เจ้าของทุน นอกเหนือไปจากเดิมที่เป็นข้าราชการ

    ความ คิดเรื่องความชอบธรรมต้องมีส่วนเชื่อมโยงกับประชาชน มีมากขึ้นตามทฤษฎีสัญญาประชาคม หรือ Social Contract Theory อันเป็นพื้นฐานของปรัชญา "ประชาธิปไตย"

    ความคิดในเรื่องปัจเจกชนนิยม ความคิดเรื่องสิทธิเสรีภาพ ความเท่าเทียมกัน ต่อมาก็เรื่องสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน เริ่มเข้ามาแทนที่การบังคับให้เชื่อ หรือแม้แต่วิธีการสร้างศรัทธาให้เชื่อ ซึ่งเดิมมาจากรากฐานของความเชื่อในทางศาสนา มาเป็นศรัทธาที่มีรากฐานมาจากปรัชญาสัญญาประชาคม ปัจเจกชน สิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ การบังคับตาม "ความเชื่อ" แม้จะประกอบด้วยศรัทธาก็เริ่มง่อนแง่น เพราะศรัทธาก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย ทั้งภายนอกและภายใน

    สังคม ที่เจริญขึ้นทั้งทางเศรษฐกิจ การศึกษา การคมนาคม การสื่อสาร การจะสร้าง "ศรัทธา" ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันย่อมเป็นไปได้ยาก เพราะภาววิสัยหรือเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มีความสำคัญมากขึ้น มิได้อยู่ที่ภาววิสัยอย่างเดียว กฎของการเป็นอนิจจังของสังคมก็ปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

    สังคมไทยก็ เช่นเดียวกัน เมื่อก่อนคนส่วนใหญ่ยากจน เป็นชาวไร่ชาวนา การสร้างความเชื่อและศรัทธาตามที่คน "ชนชั้นสูง" หรือ "ชนชั้นปกครอง" ต้องการอยากให้เชื่อผ่านทาง "ศรัทธา" หรือ "ความเชื่อถือ" ก็ทำได้ง่าย แม้ว่าจะเป็น "อนิจจัง" คือเปลี่ยนแปลงได้ง่ายก็ตาม

    แต่เมื่อคนใน เขตนอกเมืองที่เป็นคนส่วนใหญ่มีฐานะทางเศรษฐกิจ การศึกษา การสื่อสาร การรับวัฒนธรรมทางการเมือง สังคม และจิตวิทยา รวมทั้งปรัชญาจากตะวันตกมีมากขึ้น จึงเป็นธรรมดาที่ความเชื่อและศรัทธาที่มีอยู่เดิมย่อมเปลี่ยนแปลงไปในหมู่คน "ชั้นล่าง"

    ความขัดแย้งในสังคมย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เป็นที่ยอมรับของทั้ง "ชนชั้นบน" และ "ชนชั้นล่าง" การใช้วิธีสร้างกระแสให้เชื่อซึ่งเคยใช้ได้ผลก็เริ่มใช้ไม่ได้ ทำมากเกินไปประสิทธิภาพก็ยิ่งลดลงตามหลัก diminishing return

    คนชั้น สูงซึ่งเป็นคนส่วนน้อยไม่อาจจะรับเสียงของคนชั้นล่าง ซึ่งเป็นเสียงของคนส่วนใหญ่ได้ เพราะคนส่วนใหญ่ถูกหาว่าเป็นคนโง่ ไม่มีความรู้ ไร้การศึกษา

    การปกครองโดยเสียงส่วนใหญ่ถูกกล่าวหาว่า เป็นระบอบ "พวกมากลากไป" การปกครองระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบ "เผด็จการโดยรัฐสภา" หรือ "เผด็จการโดยเสียงส่วนใหญ่" "เป็นความยุติธรรมของผู้ชนะ" ประชาธิปไตยไม่สามารถมาจากการเลือกตั้ง เพราะคนส่วนใหญ่ถูกซื้อจากนายทุนสามานย์

    เมื่อมีการปฏิวัติรัฐประหาร คนชั้นสูงสังกัดอยู่ในชนชั้นปกครองกลับยินดี

    ไม่เคยได้ยินวลี "เผด็จการโดยสภาแต่งตั้ง" หรือ "พวกน้อยลากไป"

    ความยุติธรรมที่มาจากการที่คนชั้นสูงหยิบยื่นให้ ผ่านทางองค์กรอิสระบ้าง

    ผ่าน ทางสื่อมวลชนบ้าง ผ่านทางขบวนการยุติธรรมบ้าง เป็นสิ่งถูกต้อง ไม่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในเหตุผลที่ให้ เหตุผลที่มีรากฐานมาจากความเกลียดชัง การดูหมิ่นเหยียดหยาม หรือแม้แต่การเสียชีวิตของผู้คนไม่ได้รับการคัดค้านจากคนชั้นสูง สื่อมวลชนและปัญญาชน เพราะผู้ถูกกระทำเป็นคนชั้นล่างที่โง่เขลา ไร้การศึกษา ขายตัวขายเสียง

    การเลือกปฏิบัติ การมีสองมาตรฐานในวงการยุติธรรม ความไม่สมเหตุสมผลของคำตัดสิน หลักนิติธรรม หลักกฎหมายสากลถูกละเมิดโดยการสนับสนุนของคนชั้นสูงในเมือง

    สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เมื่อถูกสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมาย่อมไม่พ้นสายตา ไม่พ้นความรู้สึกนึกคิดของคนชั้นล่างที่เก็บเอามาคิดมาพิจารณา แต่ถูกเก็บกดเอาไว้ภายในจากความกดดันของสังคมที่คนชั้นสูงได้สร้างให้เป็น ความเชื่อ คนที่ไม่เชื่อก็ไม่กล้าแสดงออกเพราะเกรงกลัวกระแสสังคมที่สร้างโดยคนชั้นสูง

    ความ ขัดแย้ง ความแตกต่างทางความคิดก็เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของสังคมทุกสังคมในโลกนี้ ประเทศอื่น ๆ ชนชั้นสูงรู้ตัวหรือถูกบังคับให้รู้ตัวก็แล้วแต่ ได้ปรับตัวไปแล้วแม้จะยังดูถูกเหยียดหยามไม่ชอบระบอบ "พวกมากลากไป" หรือเผด็จการโดยเสียงส่วนใหญ่ก็ตาม ก็ต้องเก็บกดเอาไว้ไม่กล้าแสดงออก ขอเพียงเสียงส่วนน้อยได้รับการเคารพและได้รับการคุ้มครองก็เพียงพอแล้ว สำหรับชนชั้นสูงส่วนน้อยของสังคม ตามหลัก "ประชาธิปไตย"

    สำหรับสังคม ไทย ความแตกแยก ความขัดแย้งทางชนชั้นเพิ่งแสดงออก ต่อไปข้างหน้าจะยิ่งมากขึ้นตามระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษา และขบวนการโลกาภิวัตน์ ขณะเดียวกันชนชั้นสูงหรือชนชั้นปกครองเดิมไม่เข้าใจ ยังหลงใหลกับสถานภาพเดิมของตน จึงพยายามขัดขวางการเปลี่ยนแปลง "ความเชื่อ" และ "ศรัทธา" ที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ ไม่เป็นสากล ยังเชื่อว่า "ความเป็นไทย ๆ" ยังจะดำรงอยู่ได้ต่อไป

    การปรองดองที่พูดกันอยู่ ฟังดูเหมือนกับจะให้สังคมไทยถอยไปเหมือนเมื่อ 10-20 ปีก่อน จึงเป็นความฝันที่เลื่อนลอยเพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ผู้คนชั้นล่างถอยกลับ ไปมี "ความเชื่อ" และมี "ศรัทธา" ต่ออุดมการณ์ดังเดิมที่สร้างขึ้นโดยชนชั้นปกครองของแวดวงคนชั้นสูง

    นายก รัฐมนตรีจึงเป็นตัวแทนหรือหัวหน้าของ "พวกมากลากไป" ส่วนผู้นำฝ่ายค้านจึงเป็นตัวแทนหรือหัวหน้าของ "พวกน้อยลากไป" คุณยิ่งลักษณ์มีความจำเป็นต้องสนับสนุนสภาเลือกตั้ง ส่วนคุณอภิสิทธิ์ทำไปทำมากลายเป็นผู้สนับสนุนสภาแต่งตั้ง คนแรกเป็นนายกฯจากเสียงส่วนใหญ่ คนหลังเป็นนายกฯที่มาจากเสียงส่วนน้อย ทั้งสองฝ่ายมีขบวนการนอกสภาผู้แทนราษฎรมาช่วยจัดตั้งให้ ใคร ๆ ก็รู้แต่ไม่พูด ส่วนหัวหน้าขบวนการของคนชั้นสูงและชั้นล่างเป็นผู้อื่น ไม่ใช่หัวหน้ารัฐบาลและหัวหน้าฝ่ายค้านในระบบ

    สถาบันการเมืองที่มา จากประชาชนโดยตรง และใกล้ชิดประชาชนส่วนใหญ่มากที่สุดคือ สภาผู้แทนราษฎรจะถูกดูหมิ่นจากคนชั้นสูง ปัญญาชนและสื่อมวลชนมากที่สุด รองลงมาคือวุฒิสภา รัฐบาล ส่วนสถาบันการเมืองที่ไม่ได้เชื่อมโยงกับประชาชนเลยคือ องค์กรอิสระต่าง ๆ จะได้รับการยกย่องจากคนชั้นสูง ปัญญาชนและสื่อมวลชนมากที่สุด

    อาการ แสดงออกที่ขัดแย้งกันในรัฐสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาผู้แทนราษฎร เป็นเพียงอาการเปลือกนอก ไม่ใช่แก่นของปัญหาความขัดแย้งที่แท้จริงและถาวร เป็นเพียงจำอวดการเมืองของอาการป่วยของสังคม เป็นของชั่วคราว จึงไม่ควรเสียเวลาใส่ใจมากนัก

    ทุกประเทศทุกสังคมก็ผ่านประสบการณ์ ผ่านการต่อสู้ที่เจ็บปวดอย่างนี้มาแล้วทั้งสิ้น แต่ทำไมสังคมนั้น ๆ ไม่ว่าในยุโรป ในแอฟริกา ในอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และเอเชียจึงอยู่กันได้

    การ ปรองดองจึงไม่ได้อยู่ที่การขจัดความเห็นที่แตกต่างกันได้สำเร็จ ความแตกต่างทางความคิดความเห็นยังคงดำรงอยู่และหลากหลายยิ่งขึ้น แต่ท่ามกลางความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ตราบใดที่ชนชั้นของสังคมดำรงอยู่ และจะยังดำรงอยู่ตลอดไป

    แต่ที่อยู่กันได้และปรองดองกันได้ก็เพราะ ทั้งสองฝ่ายมาตกลงทำสัญญาประชาคมว่า จะมีการปกครองไปตามหลักกฎหมาย Rule of Law ปกครองโดยกฎหมาย Rule by Law ปกครองโดยเสียงส่วนใหญ่ เสียงส่วนน้อยได้รับการคุ้มครอง ความแตกต่างทางความเห็นได้รับการเคารพ แก้ปัญหาโดยสันติวิธี ไม่ใช่โดยความรุนแรง ชีวิตมนุษย์มีคุณค่าและมีศักดิ์ศรี หลักการที่เป็นแก่นของกฎหมายหลักของประเทศต้องมีความเป็นสากล ความเชื่อ ความศรัทธาต้องเป็นไปตามหลักสากล ไม่ใช่การบังคับเอา เพราะในระยะยาวบังคับไม่ได้ด้วยกฎหมาย ถ้ากฎหมายไม่เป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่ ซึ่งก็คือหลักการ "ประชาธิปไตย" นั่นเอง

    หยุดกงล้อประวัติศาสตร์ไม่ได้ ชะลอได้เร่งได้ หลบหลุมไม่ให้ลงเหวได้ แต่กงล้อประวัติศาสตร์ต้องเคลื่อนไปข้างหน้าต่อไป

    ความปรองดองควรมีความหมายเพียงเท่านี้

    สวนนก Singapore Bird Park



    . You I would not believe it, but in the photo above - blue. Victoria Crowned Pigeon. Rather, veeronosny crowned pigeon, or, in English, Victoria Crowned Pigeon. And in the photo below - Shlemonosny cassowary.

     All of these rare birds collected in a unique Bird Zoo in Singapore.  The birds live here in huge indoor enclosures, where a special gateway launch visitors, so watch the strange birdies can not through the bars.

     Here are a couple of names of birds that I have photographed in Singapore Birds Park - Kitoglav, African Marabou, Steller's Sea Eagle, Black palm cockatoos and many others ...



     Inspection of the park begins with a penguin

    3. 3.

    Далее идут несколько вольеров с попугаями: Next are a few cages with parrots:

    4. 4.

    5. 5.

    6. 6.

     For "a handful of dollars," you can buy a jar of porridge and feed the parrots in hand:

    7. 7.



    8. 8.

    9. 9.

    10. 10.

    11. 11.

    12. 12.

    13. 13.

    A separate air-conditioned building includes all conceivable owls and owls of the planet:

    14. 14.

    : They escorted the crowd every visitor who passes by their cage, the size of a volleyball court:

    15. 15.

    16. 16.

    17. 17.

     I do not know who it is:

    18. 18.

     The same Veeronosny crowned pigeon.  He was a good size partridge:

    19. 19.

     "Yellow sparrow" (do not know how this bird is called):

    20. 20.

     Some of the birds in the aviary is not allowed, and they had to shoot through the bars, like this Steller's sea eagle.  By the way, he lives on the Kamchatka Peninsula and is one of the heaviest eagles:

    21. 21.

     Or this black palm cockatoo:

    22. 22.

     Huge aviary and ostriches:

    23. 23.

    24. 24.

    25. 25.

    26. 26.

     Shlemonosny cassowary - a large flightless bird. . He lives in New Guinea.  Translated from Indonesian means "horned head":

    27. 27.

    Пеликаны: Pelicans:

    28. 28.

     Their whole lake here and they love to have:

    29. 29.

    30. 30.

    By the sort of decent birds:

    31. 31.

     But if they open their mouths ... That would be a "basketball" Medcom scoop:

    32. 32.

     African marabou - the scavenger bird.  Eats meat of dead animals. Found only in Africa:

    33. 33.

    34. 34.

     Flamingo:

    35. 35.

    36. 36.

     Pink Flamingos:

    37. 37.

    38. 38.

    39. 39.

    40. 40.